Sittitham 的个人资料!!Ping~Ping**照片日志列表更多 工具 帮助

日志


12月19日

สิ่งที่เรียกว่าตรงกันข้าม

อะไรคือสิ่งตรงกันข้าม ซ้ายขวา เหนือใต้ ขาวดำ นั่นคือสิ่งที่คุณเข้าใจถูกแล้วละ แม้กระทั้งชายหญิง
ไม่เข้าใจว่าสิ่งที่เป็นอะไรตรงกันข้ามคนมีกจะเอามาให้อยู่ด้วยกัน เพื่อเกิดความสมดุลอะไรทำนองนั้น
มั่วป่าวๆๆ ความคิดนี้ก็เลยเกิดขึ้นจากความคิดที่งงๆไม่เป็นระบบของเราขึ้นมา
ถ้าไม่มีคนที่คิดเรื่องนี้ขึ้นมา คนมันจะคิดป่าวว่าสิ่งตรงกันข้ามมันต้องมาอยู่ด้วยกัน แปลกเหมือนกับเป็นขั้วแม่เหล็กที่จะถูกดูดเข้าไว้ด้วยกัน
บ้าชัดๆ
 
 
10月3日

come back

กลับมาอีกครั้งเพราะการโหลดรูปในฮิ5ไม่สามารถทำได้อย่างปกติ
เลยกลับมาที่นี่แทน ซึ่งก็รู้ว่าไม่มีใครจะเข้ามาดูในนี้
เพราะฉะนั้นเราจะระบายสีที่มีออกมาให้กลายเป็นเรื่องราวที่แสนจะ..
 
เมื่อวันวานผ่านไปความเหงาได้เข้ามาทักทายโดยปราศจากการตั้งตัว
มันเป็นสิ่งที่แปลกหน้า มิอยากจะรูจักกับมันเลยนะ
"แกมาทำอะไรหา เราเคยรู้จักกันด้วยหรอ"
 
"อ๋อ..เรามาตามทางอะ บังเอิญมาเจอเธอพอดี ขอเราอยู่ด้วยหน่อยนะ"
 
"แล้วทำไมเราไม่เคยรู้จักกัน ฉันต้องให้เธออยู่ด้วยด้วยละ"
 
"ไม่ต้องตกใจหรอก เราไม่ทำอันตรายเธอหรอก นะๆ เดี๋ยวเราก็รู้จักกันมากขึ้น"
 
ผ่านมาเวลาเดินไป ความเหงาไม่เคยคิดที่จะจากไป ยังยืนยัดด้วยความหวังดีที่จะอยู่คู่เคียงข้าง
 
แล้วก็พูดคุยแลกเปลี่ยนความคิด ทำให้รู้ว่ามันเป็นเพื่อนที่ดี สอนให้รู้จักคิด
 
คิดเป็น ว่าอะไรคือความมืออะไรคือสว่าง
8月7日

...

ไม่ได้อัพนานมากมาย ก็จริงแล้วเราก็ไม่ค่อยมีเวลามาอัพอะไรเลยจริงๆ ขนาดMSN ยังไม่ได้เล่นเลย 
วันนี้ไหนๆก็ได้มานั่งเล่น(เพราะจะทำรายงานแต่ยังไม่มีอารมณ์)นั่นเอง
วันๆต้องอ่านแต่หนังสือ เดี๋ญวส่งงานวันที่ 9 เสร็จก็ต้องมานั่งทำงานจีนอีก โอ้พระเจ้า..
 
 
ไม่มีไรจะพูดละแค่นี้ละ...จบข่าว
6月21日

ขอโทษ

สิ่งบางสิ่งที่เราไม่ได้ตั้งใจจะให้เกิด
หากมันเกิดขึ้นเราคงต้องแก้ไขให้มันไปในทางที่ดีที่สุด
นั่นคือการที่เราจะเริ่มที่จะเลิกทำ เลิกที่จะเป็น ในสิ่งที่เป็นอยู่
ให้มันมีช่องว่างมากขึ้น
 
แล้วก็ต้องขอโทษในสิ่งที่ทำให้เข้าใจผิดไปด้วยจริงๆ
 
"ขอโทษนะ เราจะไม่ทำให้มันเกิดขึ้นอีกแล้ว" 
5月23日

งานรับเพื่อนใหม่50

ในที่สุดงานรับเพื่อนใหม่ปีนี้ก็ได้เกิดขึ้นและจบลงไปได้ด้วยดี
พี่เลี้ยง แกนไลน์ ประสานงานพี่เลี้ยงและฝ่ายต่างก็ทำงานกันอย่างสุดความสามารถ
แต่ละคนสิ้นสภาพนักศึกษาด้วยใจเต็มร้อยแต่เพราะร่างกายที่ขาดการพักผ่อนที่เพียงพอ
 
ปีนี้ได้มาเป็นแกนไลน์อีกปีซึ่งอยู่ไลน์ A กะกาแฟ
ต่างคนต่างทำงานไปด้วยความขำและงงๆด้วยกัน
ต้องขอบคุณพี่เลี้ยงไลน์ A ทุกคนด้วยที่ได้ช่วยกันทำงาน แบ่งเบาไปได้เยอะเลย
พวกเราคงได้เจอกันอีกทีตอนแต๊งค์สต๊าฟซึ่งยังไม่รู้ว่าวันไหน 5 5
 
ตอนนี้อยากไปรับน้องคณะ รับน้องโต๊ะจิงๆ รู้สึกเลยว่าจะจบแล้วต้องรีบไปทัวร์
โต๊ะไหนไปวันไหนชวนด้วยละกัน
 
 
 
4月5日

เซ็ง..เรื่อยเปื่อย

ไม่ได้เขียนนานมากละพอตอนนี้ก็เป็นช่วงปิดเทอม
ช่วงปิดเทอมที่เหมือนไม่มีอะไรให้ทำเพราะเพื่อนๆต่างก็หางานและก็ทำงาน
ทำงานกันแบบสนุกสนานกัน บ้างยังหางานที่ชอบไม่ได้ ส่วนเรานั่งเปื่อยไม่รู้จะทำอะไรดี
ไม่รู้จะทำอะไรดีจริงๆขนาดลงเรียนซัมเมอร์แล้วนะแต่ก็รู้สึกว่าน้อยยังไงไม่รู้สิ
ไม่รู้สิว่าเพราะอะไรมันเหงาๆอย่างบอกไม่ถูก
บอกไม่ถูกว่าทำไมถึงเป็นแบบนี้เราก็พอมีงานให้ทำงานแต่ก็ไม่ถาวร
ไม่ถาวรตรงที่ต้องรอให้เค้าโทรมาเรียกไปทำงานซึ่งมันก็ทำให้รู้สึกว่ามันไม่ค่อยมั่นคงยังไงไม่รู้
ไม่รู้ว่างานที่ทำนี้มันจะได้ทำอีกนานแค่ไหนกันเชียว..เฮ้อ
 
 
เฮ้อ...เซ็ง
เซ็งจิตอยากออกจากบ้านไปหางานทำเพิ่มเติมเพื่อให้ชีวิตมีสาระเหมือนคนอื่น
เหมือนคนอื่นตรงที่ต้องมีความรับผิดชอบมากขึ้น เห็นว่าต้องสอบภาษาอังกิดเพื่อสมัครงาน
ภาษาอังกิดเพื่อสมัครงานทำไมมันต้องมีด้วยเนี่ยะ สิทธิธรรมช้ำจิงๆ
สิทธิธรรมช้ำจิงๆตรงที่ภาษาอังกิดอ่อนแอมาก อารมขาดภูมิต้านทาน
ภูมิต้านทานบกพร่องอะนะ
 
 
พอแล้วดีกว่า
ท้ายสุด
เพื่อนๆที่แวะมาอ่านคนไหนที่หางานอยู่ก็ขอให้ได้งานดีๆ เพื่อนร่วมงานที่ดี
เพื่อนที่มีงานแล้วก็สนุกกะงาน
เพื่อนที่ไปเวิร์คก็ขอให้ได้เงินเยอะๆละกัน
 
อยากเตะบอล เล่นบาส ออกกำลังทุกวันจิงๆๆ..555 ไม่เกี่ยวอีกตามเคย
 
3月18日

ความซวย

กระเป๋าตังค์หาย+โทรศัพท์มือถือก็หายด้วยเช่นกัน
 
เซ็งจริง
 
เพราะเป็นช่วงต้อง ทำรายงานแต่ยืมหนังสือไม่ได้เพราะบัตรหาย
 
ใครที่เข้ามาอ่านอะ ฝากเม้นเบอร์โทรเธอไว้ด้วยน้า
3月11日

เวลา

ทำไมเวลามันเดินไม่ตรงนะ
เดี๋ยวเดินเร็ว เดี๋ยวเดินช้า
เวลาเศร้า เวลาเสียใจ เวลาจะเดินช้าประมาณเยาะเย้ย
เวลาสนุก อยู่กับเพื่อน เวลาจะรีบผลักให้ผ่านไปอย่างรวดเร็ว
แล้วอย่างนี้เราจะควบคุมมันได้หรือป่าวเนี่ยะ...ต้องมีวิธีสิหน่า
กาลครั้งหนึ่งนานมาแล้วมีคนอยู่2คนชื่อ นายก้านยาว กะ นายม่อต้อ มักจะอยู่ด้วยกัน เดินเล่นด้วยกัน
ทั้ง2คนเป็นที่รู้จักของคนทั่วไป แต่น้อยคนนักจะรู้จักทั้ง2ดีพอ
เมื่อถึงคราวใดก็ตามที่อยู่เฉยๆเพียงลำพัง ทุกคนก็จะคิดถึงเขา เวลาที่ทุกคนสนุกก็มักจะชวนทั้ง2ไปด้วย
เมื่อหมดสนุกต่างคนต่างแยกย้าย แต่เมื่อวันที่มีคนผิดหวังอยู่ดีๆก็มักจะคิดให้ทั้ง2คนมาช่วยปลอบโยนอยู่ข้างกาย
แต่ก็มีบางคนสาบแช่ง........
 
 
 
 
 
คิดไม่ออกแล้ว ช่วยแต่งต่อทีนะ
2月23日

ควรค่าในการทำ

เคยใช่ไหมกับการอยากทำอะไรสักอย่างแล้วไม่กล้า ไม่มั่นใจที่จะทำสิ่งๆนั้น
 
เพราะ
 
กลัวว่าจะต้องเสียใจกับการกระทำนั่นๆ ทุกคนก็คงปฏิเสธไม่ได้ว่าไม่เคยเป็นเช่นนี้
 
แล้วทำไมพวกเราถึงเป็นเช่นนี้ละ
 
ทำไมไม่คิดที่จะตักตวงความสุขกับการที่จะได้ทำสิ่งๆนั้น
 
เพราะถึงแม้การกระทำของเราจะผิดพลาดไป ผลก็คือเราเสียใจกับอนาคต
 
แต่
 
มีความสุขกับอดีตที่ได้ทำลงไป
 
แล้วหาก
 
การกระทำนั้นกลับออกมาดี ผลก็คือเราจะดีใจทั้งอดีต ปัจจุบันและอนาคตด้วย
 
ไม่ทำอะไรเลยผลก็มีแต่จะอยู่กับที่คือเป็นศูนย์
 
เราก็น่าที่จะเสี่ยงทำลงไปจริงมะ?
 
เราจึงอยากให้คุณได้ทำตามในสิ่งที่คุณต้องการลงไป
 
เช่น
 
ในกรณี คนที่คุณต้องการที่จะให้เขาได้ยิน
 
ว่า
 
"เราชอบเธอนะ อยากรู้จักด้วย"
 
อย่ารอช้าพูดไปเลย อย่าคิดว่าไม่ดี เขาดีเกินไป..
 
เราเคยได้ยินจากบุ๊คที่พูด
 
ว่า
 
"หากเราคิดว่าเราไม่คู่ควรกับเขา เราก็ไม่คู่ควรกับเขาจริงๆ
 
แต่ถ้า
 
เขาคิดว่าเราไม่คู่ควรกับเขา เขาก็ไม่คู่ควรกับเราจริงๆเช่นกัน"
 
สรุปก็คือว่า
 
"เรามีคุณค่าเพียงพอที่คู่ควรกับการกระทำสิ่งใดสิ่งหนึ่ง โดยสิ่งที่ถูกกระทำก็คู่ควรกับสิ่งที่เราตัดสินใจที่จะทำด้วย"
 
ฉะนั้น
 
ทำไปเถอะคับ
 
ตั้งใจให้โลกมีความสุข
 
555
2月19日

วันนี้

ไม่ได้เขียนนานมากแล้ว และ ก็คงจะเขียนไม่มากอีกเหมือนเดิม
ตอนนี้ผมรู้สึกว่าผมเป็นเด็กเสดสาดไปเสียแล้ว
เพื่อนมากมายเกิดขึ้นที่คอมม่อน
จากที่ไม่รู้จักก็มาเป็นเพื่อนเฮฮา
อะไรๆมันก็ไปในทางที่ดีขึ้นกับเพื่อนใหม่ๆ
 ตอนปี1เรารู้จักแต่แสงแดด
พอมาปี2เรารู้จักกระโจม
ปี3เรารู้จักกระโจมมากขึ้น และ ก็ฟั่นเกลียว
ตอนนี้เพื่อนๆก็จะจบกันไปหมดแล้ว
ความรู้สึกที่เริ่มนิ่ง เซ็งเป็ด อะไรๆก็เกิดขึ้นเช่นกัน
อาจเป็นเพราะเรารู้จักกันในเวลาอันสั้น
เพราะฉะนั้นเราต้องหาเวลาไปเที่ยวและกินเหล้ากัน
555
 
ตอนนี้ก็ใกล้สอบกันแล้วนะ เราก็คงต้องง่วนกับการอ่านหนังสือเสียแล้ว
ทุกคนก็เช่นกัน
 
การสอบจะจบไปพร้อมๆกับเพื่อนๆปี4ของเราที่จะจบออกไปเช่นกัน
 
 
 
12月22日

ชัดเจน คนที่ไม่ใช่เพื่อนผมอย่าอ่านเลย

วันนี้เป็นวันที่เราจะเขียนให้อ่านรู้เรื่องแล้วละ
หลังจากที่พิมพ์ไว้ครั้งที่แล้วอ่านไม่รู้เรื่องกัน
เราตั้งใจให้อ่านไม่รู้เรื่องเอง
ที่บอกว่าเราไม่รู้ว่าทำไมตอนนี้มันไม่รู้ว่าดีหรือไม่ดีนั้นอะนะ
เพราะเราไม่แน่ใจอะไรบางอย่าง
แต่ตอนนี้เรามั่นใจว่าใช่แล้วละ
สิ่งที่คิดตอนแรก กับผลภายหลังมันใช่เลย
สิ่งที่คิด สิ่งที่เห็น สิ่งที่ทำ
มันตรงกับสิง่ที่เราคิดไว้
แล้วตอนแรกเราก็อยากให้มันเกิดแบบนี้
เราไม่ได้คุยกับใครมากมาย
เพราะไม่อยากให้ใครรับรู้ในสิ่งที่เราไม่แน่ใจ
เพราะที่แล้วมาเราบอก คุยกับเพื่อนๆทุกเรื่อง
แล้วมันก็ทำให้เพื่อนเราต้องมานั่งคิดคุยกับเรา
เรารู้สึกทำให้เพื่อนเราลำบากใจ
แต่ครั้งนี้มันทำให้เราสบายใจที่ไม่เกิดสิ่งแบบนั้น
 
แต่เรื่องนี้เราได้พูดกับคน2-3คน
ซึ่งเราก็ขอโทดกับเพื่อนและรุ่นน้องบางคนที่เราไม่ได้บอกละกัน
คือเรื่องมันมีอยู่ว่า
"กาลครั้งหนึ่งเมื่อไม่นานมานี้แล้ว มีคนชนชั้นกลางคนหนึ่งได้เดินทางไปตามถนนเส้นหนึ่ง
มีสายลม หมอกและฝุ่น พัดมาแต่ก็ไม่ทำให้คนๆนี้กลับหลังหัน บ้างแสบตา บ้างขยี้ตา ตาแดงมองไม่เห็นทางข้างหน้า
เขาเดินไปเจอแม่น้ำสายหนึ่ง เขารีบเอาน้ำล้างตา.. หลังจากนั้นเขาก็รู้สึกดีขึ้น เขาจึงนั่งพักตรงแม่น้ำสายนั้น แล้วทันใดนั้น...
เขาก็คิดจะเดินต่อไป แต่ก็อยากจะกินน้ำและล้างหน้าอยู่เพราะทางเดินคิดว่าหากเดินต่อไปอาจจะไม่มีน้ำให้กินอีกแล้ว
เขาก็นั่งคิดอยู่ตรงนั้นเป็นเวลานาน ภายหลังสิ่งไม่คาดคิดก็เกิดขึ้น
น้ำในแม่น้ำจากที่เป็นแม่น้ำที่ใสไหลเชี่ยวกลับเหือดแห้งไป(ซะยังงั้นอะ..55) ชายคนนี้จึงรู้ดีว่าคงต้องเดินทางต่อแล้วละ
ไม่ควรที่จะมาเสียเวลากับที่แม่น้ำสายนี้ตั้งแต่แรกเลย เขาจึงเดินทางต่อและจะไม่เดินมากินน้ำในแม่น้ำสายนี้อีกต่อไป ไม่ว่าจะต้นน้ำ หรือ ปลายน้ำอีกแล้ว..."
 
นี่ก็คือเรื่องราวที่เป็นมาและจะเป็นไป
..
..
..
งงกันอีกหรือป่าว555ก็คงงงอีกใช่ปะ
เราไม่อยากให้มันเป็นอย่างนั้น
แต่
ก็คงดี
 
 สิ่งกีดขวาง
 หากฉัน เลือกที่จะยื้อต่อไป
ก็ยิ่งทำ ให้เธอสับสน  ก็รู้ ฉันกลายเป็นเพียงใครบางคน
ที่เป็นคนขวางทางเธอ

ความรัก เมื่อมันต้องเริ่มจืดจาง
คนอย่างฉัน ก็คือส่วนเกิน
วันนี้ เหลือเพียงหนึ่งทางที่จะเดิน
คือต้องเดินไปจากเธอ

ไม่เป็นไร ฉันคงไม่เป็นไร เจ็บแค่ไหน..ที่สุดจะคุ้มกว่า
ในวันนี้ฉันขอเป็นคนบอกลา ดีกว่าเป็น คนที่กีดขวาง

* อยากบอกว่ารัก.. ครั้งสุดท้าย ก่อนที่ฉัน.. จำต้องบอกลา
  อยากบอกว่ารัก..  รักเธอเสมอ ก่อนจะเดิน ไปทั้งน้ำตา
  จบกันเสียที รักอันยิ่งใหญ่ ไม่มีอีกแล้ว.. ฝันอันยาวไกล
  ชีวิตฉันต้องเริ่มใหม่ กับการไม่มีเธอ

ก่อนนั้น เธอเคยมีค่าอย่างไร ในวันนี้ยังเป็นอย่างนั้น
จากนี้ แม้มันต้องทนทรมาณ ฉันจะทนมันให้ไหว

ไม่เป็นไร ฉันคงไม่เป็นไร เจ็บแค่ไหน..ที่สุดจะคุ้มกว่า
ในวันนี้แม้ต้องลาจากด้วยน้ำตา ดีกว่าเป็นเพียงสิ่งกีดขวาง..

(*)

กับการไม่เหลือใคร..
แต่ก่อนจะจากไป..
จำไว้ฉันรักเธอ..
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
ระบาย
ไอเหี. ไอสั.. กู อยู่กับเพื่อนอย่างมึงก็มีความสุดสบายใจดีทำไมต้องไปหาอะไรอีกจิงมะ
ข้อความนี้คงที่ไม่ใช่เพื่อนก็อย่าอ่านเลยนะ
มันเป็นคำที่ไม่สุภาพ
5555
อีกอย่างเพิ่งรู้อะไรบางอย่างที่ไม่น่าจะรู้เลย
เพราะมันทำให้เรารู้สึกไม่ดีกับคนบางคน
ที่เราคิดว่าไม่น่าจะเกิดขึ้นกับคนๆนี้
เราจะเก็บความรู้สึกนี้กับคนบางคนคนๆนี้ไว้..ตลอดไป
 
 
 
12月18日

แอบคิด

ตอนนี้อะไรๆก็รู้สึกดีไม่ว่าจะทำอะไรก็ตาม
 
ทำไมก็ไม่รู้
 
แต่
 
ก็แอบคิดอะไรบางอย่างเหมือนกันว่า
 
มันจะใช่หรอ แน่อะ ไม่ใช่มั้ง หรือว่าใช่
 
เหอะๆเป็นอย่างงี้อยู่หลายครั้งละ
 
ตอนนี้ก็คิดอย่างงี้อยู่
 
เฮ้อ
 
แล้วสรุปมันดีหรือไม่ดีอะนักศึกษา
 
พิมพ์ไปพิมพ์มาคนอ่านก็ไม่รู้เรื่อง คนเขียนก็ไม่รู้เรื่อง
 
คนที่รู้เรื่องช่วยตอบที(แล้วใครจะไปรู้..เนอะ)
 
 
................................
 
 
ตอนนี้อากาศก็เย็นแล้ว ลมพัดมาก็หนาว
 
ลมมาปะทะตัวเรา เราสัมผัสถึงความแห้งของมัน
 
มันไม่ได้มาทำให้เรารู้สึกชุ่มชื้นแต่อย่างใด
 
มันทำให้ผิวของเราแห้งมากขึ้นและมากขึ้น
 
ฤดูสอบก็มาถึงอีกแล้ว
 
เราก็ยังไม่รู้ว่าสอบวันไหนบ้าง
 
ทำไมมันเรื่อยเปื่อยขนาดนี้
 
สรุปคือ
 
มันคงไม่ดีแหละตอนนี้
 
...........................................
 
มันก็คงยังไม่รู้เรื่องอยู่ดี
 
เพราะเราก็ตั้งใจจะไม่ให้ใครอ่านรู้เรื่อง
 
ใกล้แล้วคงจะได้รู้เรื่องสักที
.
.
.
.
.............................
 
 
 
 
11月8日

ค่ายรัฐฯ-กับความทรงจำน้อยๆ

คงเป็นครั้งนี้สินะที่เราจะได้ไปค่ายสักที นั่งคิดอย่างไม่แน่ใจขณะสัมฯ2
เอานะเราจะไป...
วันที่25ถึงหัวลำโพงที่มีคนอยู่อย่างแน่ขนัด แล้วเราจะทำยังไงดีไม่ทันแน่ๆเลยนี่มันสายมากแล้ว
"บีตอนนี้ยังทันหรือป่าว"
"อ๋อ...ยังทันรีบมาแล้วกัน"
พอถึงก็เจอกับเพื่อนๆน้องๆบางคนที่คาดว่าจะไปก็ไม่ได้ไป แอบเซ็งนิดๆเพราะไม่ค่อยมีคนที่สนิทๆ
เวลาก็ล่วงเข้าบ่าย2ที่รถออก ช่วงหลังจากนี้เป็นช่วงเวลาที่ทรมานมากที่สุดนั่งไปเถอะกว่าจะถึงลำปาง(ต้องไปต่อรถที่ลำปางเสียก่อน)
อยู่บนรถไฟพวกเราต่างหาเรื่องคุยเพื่อให้เวลาในการเดินทางหมดไปทีละน้อย ในที่สุดก็ถึงจนได้..
การทำงานร่วมกันที่ค่าย ไม่ว่าจะเป็นการที่จะต้องผสมปูนเพื่องานสร้างที่จะต้องใช้ความอดทนของทุกคน การเล่นกับเด็กที่จะต้องใช้ความใจเย็น
การทำกับข้าวที่ต้องใช้ความพิถีพิถัน อีกทั้งการได้รู้ถึงความเป็นอยู่ของชาวบ้าน(ชาวเย้า)ทำให้ประสบการณ์ภายใต้กะลาเล้กๆได้เริ่มแง้มออกเห็นแสงที่ลอดผ่านเข้ามามากยิ่งขึ้น
บรรยากาศการทำงานเป็นเช่นนี้เปลี่ยนไปทุกๆวัน แต่ทำไมไม่เกิดความเบื่อหน่ายเลยกลับเป็นความรู้สึกที่ผูกพันมากขึ้น
ภายหลังอาทิตย์ลับขอบฟ้า อากาศเริ่มเย็นลง ลมเริ่มพัดไอความหนาวเหน็บมาสู่หมู่บ้าน เสื้อหนาวหลายหลากเริ่มมีให้เห็น
ความอบอุ่นทำให้ทุกคนมีแรงที่จะทำกิจกรรมต่อไปในยามค่ำคืน
 
การแสดงระคนกิจกรรม นำไปสู่เสียงหัวเราะ ของชาวค่ายไม่ว่าเราหรือคนในหมู่บ้าน
 
 
 
 
.
.
.
ไม่อยากให้ถึงวันนี้เลยจริง เห้อ...ต้องกลับบ้านแล้วสินะ
 
..เราคงจะได้เติมเต็มความทรงจำน้อยๆนี้ให้มากขึ้นในค่ายต่อๆไป..
10月20日

หลังสอบ

ไม่ได้อัพมานานมากแล้ววันนี้เป็นวันหลังจากสอบเสร็จวันแรกแล้วเราก็ตื่นเช้าตามเคย
 
วันนี้มีโปรแกรมเยอะมากแต่สิ่งแรกที่ลืมไม่ได้ก็คือเหลือรายงานอีกตัวนึงของอาจารย์ชัยวัฒน์
 
อีกทั้งวันนี้ห้องสมุดที่คณะก็จะปิด4โมงเย็ฯและปิดบริการไปกว่าจะเปิดอีกครั้งก็เปิดเทอมเลยมั้ง
 
ฉะนั้นเราก็อยากจะไปหาข้อมูลตอนเช้าเลย
แต่
บ้านน้ากลัวว่าน้ำอาจจะท่วมได้(บ้านอยู่ใกล้คลอง)เลยคงต้องอยู่ช่วยขนย้ายนิดนึง...มันจัท่วมจริงหรอ!!
 
เหตุการณ์ดีๆมักจะชอบเกิดคู่กับงานที่เร่งด่วน  พรุ่งนี้เลี้ยงรุ่นแล้วแต่จะกินเหล้าได้ป่าวก็ไม่แน่ใจเพราะต้องทำรายงาน(ส่งวันที่24)
 
กลัวๆอยู่ว่าจะไม่เสร็จ บอกรุ่นพี่ไปบอกโอมไปก็คงยังไม่ได้ข้อมูลที่พวกเค้ารายงานบอกหลานครั้งแล้วนะเนี่ยะ
 
อยากจะบ่นเรื่องสอบเมื่อวานจริง เซ็งเป็ดมากๆก่อนออกไปสอบเราก็รู้สึกเหมือนอะไรหนักๆทับอก Aอะนักศึกษา
แต่
พอไปสอบเสร็จส่วนสุดท้ายทำให้ปวดจิตมากสิ้นสภาพนักศึกษาไปเลยทีเดียว A ทำไมมันจางๆวะเนี่ยะ
....เซ็งๆๆๆๆ....
 
วันนี้ตอนเที่ยงมีนัดไปรังสิต(ไปหาข้อมูล)กะพวกเพื่อนๆไม่ว่าจะเป็นนกแก้ว วิลลี่ เข้ม และดารารับเชิญอีกมากมาย
 
และเราก็จะกลับจากรังสิตตอน8โมงเช้าได้เพราะต้องกลับมาสัมนาค่ายครั้งที่2(ไม่งั้นเค้าจะไม่ให้เราไปแล้วจ้า)
 
เราอยากไปค่ายแบบนี้นานแล้วเนี่ยะเพิ่งจะมีโอกาส
แต่
ค่ายอยู่ช่วงกินเจอีกโอ้ยย แล้วเราจะเอายังไงแต่ก็คงจะไปค่ายแหละเพราะนานๆครั้ง(กินเจก็ปีละครั้งเหอะ)
 
ก็ไม่มีไรจะเขียนละไม่รู้จะเขียนอะไรตามเคย
 
 
 
ปล.วันนี้เป็นวันเกิดของวรรณ มีความสุดมากมกกับสิ่งที่จะเกิดขึ้น และก็ได้งานดีๆสมดั่งตั้งใจนะ
9月17日

ไร้สาระ

ไม่มีไรจะเขียนอีกแล้วถึงแม้จะนานแล้วก็ตาม
ทำไมพักนี้มองใครๆก็สวยไปหมดเลยละเนี่ยะ
แย่จังชีวิต
โลกชอบแกล้งคุณปิงเรื่อยอะ
 
ตอนนี้อยากไปเที่ยวแต่ก็ใกล้สอบเต็มทีแล้ว
ยากๆทั้งนั้นเลยด้วยนี่สิ
ช่างมันเถอะแค่อยากเข้ามาอัพกะเค้าบ้างก็แค่นั้น
 
เออ เราไปรับน้องโต๊ะแพนมาเรื่อยเปื่อยจิงๆชิวๆคิดจะไปในวินาทีสุดท้าย
เมากันตั้งแต่อยู่บนรถเลย
พอตื่นขึ้นซักพักคนอื่นก็ไปอีกเกาะนึง
แต่เราอยู่ที่รีสอร์ทอ่านหนังสือ  ขยันปะดู
พอตกดึกก็เมา แต่ผมกินได้น้อยมาก ไม่ค่อยได้กินเลย
ก็เลยแอบมานอน
แล้วก็เช้าปกติกลับมา
 
 
จบ เขียนอะไรของมึงเนี่ยะ เหอะๆ
7月26日

ความรักกะขี้

เห็นมีคนชอบเขียนแต่เรื่องความรัก วันนี้เราก็อยากจะลองเขียนกับเค้าบ้างว่ามันจะเป็นแบบไหนกัน
เราคงต้องตั้งหัวข้ออะไรแปลกๆหน่อยดีกว่า เอาเป็นว่า
ความรักกับก้อนขี้
 
ทุกคนเคยมีความรักกันไม่ว่าจะรักพ่อแม่ รักพี่น้อง รักเพื่อน รักน้ำ รักปลา รักซากุระ จนกระทั้งรักคนๆนึงที่พิเศษจิงๆ
 
เช่นกัน
 
ทุกคนเกิดมาก็ต้องขี้ ขี้แข็ง เหลว ยาว สั้น ต่างกันไป
ต้องอั้นไว้ในยามฉุกเฉิน แต่ถึงยังไงก็ต้องขี้ออกมา แล้วมันก็รู้สึกสบายอย่างไม่เคยรู้สึกมาก่อน
 
แล้วมันเกี่ยวกันยังไง
 
1.ความคลายมันคงเป็นการอั้นไว้ ความรักก่อนจะพูดได้มันแสนจะลำบาก(ขี้แข็ง ไม่ค่อยได้กินผัก)แต่พอถึงเวลาก็จะพูดออกมาอย่างจัง(เบ่งออกมาสุดแรง) ก็สบายตัวถึงแม้จะเขินๆบ้าง(แสบก้นนิดๆ)
2.บางครั้งเผลอหลุดพูดบางคำนิดคำนั้นหน่อย(ใช่ครับท้องเสียทำให้รู้ว่าเราควรจะต้องรีบหน่อย)ในการพูดจึงทำให้คนๆนั้นไม่แน่ใจว่าจะมาไม้ไหน แต่พอพูดไปเราก็จะต้องย้ำมากหน่อยเพราะเค้าไม่ค่อยเชื่อ คิดว่าเราเล่นๆ(ท้องเสียต้องขี้หลายครั้ง)แต่ท้ายที่สุดก็สบายเช่นกัน
 
 
ถามว่าเหม็นไหม แน่นอนว่าเหม็น
ถามว่าคนนั้นรู้ว่าเราชอบไหม จะไปรู้ได้ไงครับ
งั้นเราคงต้องตดให้เค้าได้กลิ่น(เพื่อนๆ พิราบทั้งหลาย)แต่ก็ไม่ควรเยอะ(เหม็นเกิ๊น)เพราะจะแย่กันไปใหญ่
 
 
 
 
มันเกี่ยวไหมวะ 55+ ไม่เกี่ยวไร้สาระไปงั้นแหละ
 
7月18日

หนอน

กาลครั้งหนึ่งของหนอนที่พยายามก้าวผ่านใบไม้ไปสู่จุดหมายตัวเอง
"ใช่นั้นสินะที่เค้าเรียกว่ายอดอ่อนส่วนที่ดีที่สุด"
หนอนน้อยไม่ลดความพยายามเห็นแล้วเป้าหมาย
จึงใช้พลังงานทั้งหมดมุ่งไป ณ จุดนั้น
แต่ฝนก็ตกลงมาทำให้เกิดอุปสรรคไม่ผิดจากคำทำนายของนักพยากรณ์อากาศยามเช้า...
 
ฝนตกมาไม่ขาดสายดูเหมือนจะไม่มีความเห็นใจจากฟ้า
หนอนจึงหมดแรงตกลงมาอยู่ใต้ต้นไม้กินแต่ใบไม้แก่ๆเป็นอย่างนี้เรื่อยมา
ความกดดันมีมากขึ้น
แต่หนอนยังคงเชื่อว่า
"ความพยายามอยู่ที่ไหน ความสำเร็จย่อมต้องอยู่ที่นั้น"เป็นแน่แท้
หนอนน้อยก็ปีนขึ้นไปอีกและก็ตกลงมาอีก
เพราะ
ลมพายุ,นก,แมลงอื่นๆ
กลัวจริงๆเลย การจะได้ยอดอ่อน
หนอนน้อยเหนื่อยล้าแล้ว
"ไม่กินก็ได้ยอดอ่อนอะไรเนี่ยะ กินใบแก่ๆก็ได้"
 
 
เมื่อถึงคราวกลายเป็นผีเสื้อที่สวยงาม
มันก็ไม่อยากกินยอดไม้ ไม่เห็นคุณค่าถึงแม้จะเป็นสิ่งที่น่าหมายปองอีกต่อไป
มันบิน บินไปหาสิ่งที่เหมาะกับมัน
 
น้ำหวานนั้นเอง...
 
7月13日

นักผจญภัย

ไม่มีอะไรเปลี่ยนไปจากสิ่งที่ยังเดิมๆและเดิมๆ การเจริญเติบโตของทุกสิ่งนั้น มีให้เห็นอยู่ทั่วทุกแห่งปราศจากความหยุดนิ่ง การผจญภัยของนักเดินทางคนหนึ่งซึ่งมีความเหนื่อยล้าที่ต้องต่อสู้แดดท้าลมฝนอยู่เป็นประจำนั้นช่างน่าเศร้าเสียจริงๆ

เมื่อนักเดินทางคนนั้นได้ดีใจกับเกาะสวยงามที่เค้าคิดว่าจะสามารถพึ่งพิงอาศัยได้นั้นกลับเป็นสิ่งที่ว่างเปล่าลงเมื่อเค้ารู้ว่ามันเป็นเพียงเกาะซึ่งข้างในมีแต่สิ่งที่ไม่น่าไว้ใจ มีแต่สิ่งที่จะทำให้เขามีแต่อันตรายไม่ทางกายก็จิตใจ

เมื่อเป็นเช่นนี้นักเดินทางก็มีทางเลือกอยู่ไม่กี่ทางที่จะ 1.หนีจากไป 2.ต่อสู้กับมัน แต่ในใจลึกๆของเค้ายังคงรู้สึกดีที่ได้มาพัก ได้ผ่อนคลายและก็รู้สึกเสียดายเมื่อคิดที่จะจากไป แต่ก็พร้อมที่ตัดใจเพราะคงไม่มีประโยชน์อะไรถ้าจะอยู่ในที่ๆมีแต่อันตราย ความรู้สึกที่มีความสับสนอยู่เริ่มมีมากขึ้น ความร้อนในร่างกายเริ่มไม่คงที่ เหงื่อถูกขับออกมาอย่าไร้จุดหมายซึ่งเค้าก็คิดที่จะรอเพื่อให้เวลาช่วยทำให้เค้าดีขึ้นและคิดได้

 

เค้าคิดแล้วคิดอีก ผ่านไปผ่านไป เค้าก็ยังคงที่จะคิดเพราะเค้าอยากจะทำสิ่งทั้ง2อย่างพร้อมกัน ขอให้มีเสียงคำตอบจากที่ใดที่หนึ่งช่วยให้นักเดินทางตาสว่างด้วยเถอะ...

 

ทันใดนั้นก็มีเสียงของความเห็นใจจากเทวดาบนฟากฟ้ามาช่วยเป็นแสงนำทางชี้ให้เห็นถึงสิ่งที่จะได้มาหรือเสียไป นักเดินทางเริ่มมีความลังเลว่าเทวดาหวังดีจริงหรอ...

 

สุดท้ายความเด็ดขาดจึงอยู่ที่เค้าไม่เชื่อเทวดา เค้าเชื่อมันในตัวเอง เค้าพร้อมที่จะอยู่บนเกาะนั้นเพราะความเหนื่อยล้าที่มีมากมาย และเค้าเชื่อว่าเค้าคงสามารถจะอยู่ได้ถึงแม้จะมีอันตราย แต่ก็คงดีกว่าที่จะเดินทางต่อไปซึ่งไร้เป้าหมาย...

7月11日

ที่เดิมๆ

เพิ่งกลับจากเชียงใหม่มาเมื่อเช้านี้เอง เพลียมากๆ เพราะมันเป็นการเดินทางที่ยาวนานที่สุดที่เคยไปรับน้องหรือเที่ยวเลย
ไปวันแรกจนวันสุดท้ายก็กินเหล้ากะเหล้า55+สนุกสนานกันไป กินกะพี่ท้อปวันแรกขนาดแอบไปนอนแล้วนะยังถูกดึงขึ้นมาอีกเหอะๆ ไม่เป็นไรเราก็ออกไปร้องเพลงต่อนิดๆหน่อยๆ
ได้ไปดอยสุเทพอีกเช่นเคยไปที่เดิมๆที่ไปมาในวันเดียวกันของเดือนที่แล้วทุกๆอย่างยังเหมือนเดิมแต่คนเปลี่ยนไป..แค่นั้นเอง ลงมาไปที่จุดพักที่ครั้งก่อนเราไปเช่ารถแดงกัน จากนั้นเราก็ไปถนนคนเดิน เดินไปเดินมาเมื่อยมากๆ
จากนั้นพวกเราก็แยกตัวออกมาไปกะน้องเบียร์ นนท์ เบสท์ เมษ์ ไปดูสถานที่ท่องเที่ยวยามราตรีกัน ตอนแรกคิดว่าจะเหมือนที่ลำปาง แต่คิดผิดไปเลยเมื่อเห็ฯจิงๆขนาดเห็นแค่ภายนอกนะ แต่พวกเราก็กลับไปกินข้าวก่อนแล้วคราวนี้ยามราตรีก็เป็นของเรา
พวกเราตัดสินใจไปที่ร้านวอร์มอัพ มันมีแบ่ง2ส่วนให้ชิวกะแดนซ์ ซึ่งเราก็ลองเข้าไปแบบแดนซ์ๆดู เหอะๆมันเหมือนมีรัศมีความน่ากลัวออกมาเลยก็เลยออกมากินข้างนอก(น่าเสียดายผู้หญิงน่ารักตูมตามเลย..อิอิ)ชิวไปชิวมาถึงเที่ยงคืนกว่า..เราก็ออกไปที่ร้านมังกี้คลัฟกัน
ไปถึงไม่อยากจะเข้าเลย รู้อย่างเดียวว่าอยากจะนอนๆแต่ก็ได้เข้าไปดู55+ อารมณ์บรรยากาศดีกว่าร้านเมื่อกี๊55+แต่ก็ไม่ได้กินอะไร
จากนั้นเราก็ไปที่ร้านดิสคอฟเวอรรี่กันต่อ กินไปแค่3แก้ว ก็หลับในนั้นเลย..เหอะๆ ไม่อายหรอก5555+
 
แล้วเราก็กลับมาที่พักกินกันจน8โมงเช้าเลย
 
ปล.โต๊ะจำปีรับน้องได้หรูมากๆเลย
 
7月2日

บางสิ่งที่เรา...(ก็)พอจะรู้

ไม่รู้ว่าเพราะอะไรเราถึงอยากจะเขียนหัวข้อนี้ขึ้นมา ไม่รู้จิงๆ ทำไม ทำไม
อาจเป็นเพราะบางสิ่งบางอย่างทำให้เรานึกถึง..แล้วมันคืออะไร
มันไม่ใช่สิ่งที่อยู่ใกล้และไม่สิ่งที่อยู่ไกลเช้นกัน มันเป็นสิ่งที่เราสามารถจะกำหนดได้ว่าจะให้ใกล้หรือไกลนั้นเอง ด้วยตัวเราเอง
หากมองจากสิ่งๆนั้นก็คงจะเป็นหรือเห็นในสิ่งที่เราคิดได้ และคงไม่แตกต่างกัน สิ่งๆนั้นอาจอยากให้เราอยู่ไกลหรือสิ่งนั้นอยากให้เราอยู๋ใกล้..ใครรู้?
แต่สิ่งๆนั้น ถึงแม้เรายังไม่รู้ว่าสิ่งๆนั้นจะอยู่ตรงไหน แต่เราก็พอจะรู้ว่า...ผลสุดท้ายมันคืออะไร